ความแตกต่างของอาการปวดหลังด้านซ้ายและขวาในการวินิจฉัยโรค

อาการปวดหลังเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในประชากรวัยทำงานและผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอาการ ปวดหลังล่าง ที่มักสร้างความรำคาญใจในการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม การระบุตำแหน่งว่าอาการ ปวดหลัง นั้นเกิดขึ้นที่ด้านซ้ายหรือด้านขวาเพียงข้างเดียวนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวินิจฉัยทางการแพทย์ เนื่องจากตำแหน่งที่ปวดสามารถบ่งบอกได้ว่าความผิดปกตินั้นมาจากโครงสร้างของกล้ามเนื้อ กระดูกสันหลัง หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนจากอวัยวะภายในที่อยู่ลึกลงไป
การแยกอาการปวดหลังจากกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลัง
หากอาการปวดเกิดขึ้นหลังจากมีการยกของหนัก การบิดตัวผิดจังหวะ หรือการนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากกล้ามเนื้ออักเสบหรือเอ็นยึดกระดูกเคล็ด อาการปวดประเภทนี้มักจะมีลักษณะปวดตื้อและจะรู้สึกเจ็บมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกายหรือกดลงไปในตำแหน่งที่ปวดโดยตรง ในบางกรณีหากมีอาการปวดร้าวลงไปถึงสะโพกหรือขาร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือความเสื่อมของข้อต่อกระดูกสันหลัง ซึ่งมักจะส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทที่ควบคุมร่างกายฝั่งนั้นเพียงด้านเดียว
สัญญาณเตือนจากอวัยวะภายในที่สะท้อนออกมาจากการปวดหลัง
ในกรณีที่อาการปวดไม่ได้สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การเปลี่ยนท่านั่งหรือนอนแล้วอาการไม่ทุเลาลง หรือมีอาการปวดลึกที่ไม่สามารถระบุจุดที่เจ็บแน่นอนได้จากการกดภายนอก มีความเป็นไปได้ว่าอาการปวดนั้นมาจากอวัยวะภายใน ตำแหน่งของการปวดสามารถช่วยจำแนกกลุ่มโรคได้ดังนี้
อาการปวดทางด้านซ้าย อาจเกี่ยวข้องกับนิ่วในไตซ้าย หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมักจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปัสสาวะขุ่น มีไข้ หรือมีอาการปวดมวนในท้อง นอกจากนี้ในบางกรณีความผิดปกติของตับอ่อนหรือม้ามอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดร้าวมาที่หลังด้านซ้ายได้เช่นกัน
อาการปวดทางด้านขวา มักมีความเชื่อมโยงกับนิ่วในไตขวา หรือความผิดปกติของตับและถุงน้ำดี ซึ่งอวัยวะเหล่านี้ตั้งอยู่ทางช่องท้องฝั่งขวาและสามารถส่งสัญญาณความเจ็บปวดร้าวมายังแผ่นหลังในระดับเอวหรือใต้สะบักขวาได้ หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปวดท้องอย่างรุนแรงร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด
การดูแลตนเองเบื้องต้นและการสังเกตอาการ
สำหรับอาการปวดที่เกิดจากกล้ามเนื้อ การพักผ่อนและการประคบร้อนหรือเย็นสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ในเบื้องต้น แต่หากอาการ ปวดหลังล่าง นั้นเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและรุนแรง มีอาการชาที่ขา หรือมีการควบคุมการขับถ่ายที่ผิดปกติไป จะต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากผู้เชี่ยวชาญทันทีเพื่อป้องกันความเสียหายถาวรต่อระบบประสาท
การวินิจฉัยที่แม่นยำอาศัยการตรวจร่างกายโดยละเอียดร่วมกับการซักประวัติพฤติกรรมการใช้ชีวิต ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการรักษาทางกายภาพบำบัดและการดูแลสุขภาพโครงสร้างร่างกายสามารถศึกษาได้ที่ https://rehabcareclinic.com/ เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันไม่ให้อาการปวดเล็กน้อยลุกลามจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในอนาคต